วิธีการคำนวณค่าน้ำหนักโดยวิธี AHP

          ตามที่เกริ่นเอาไว้บ้างแล้วสำหรับการคำนวณหาค่าน้ำหนักโดยวิธี AHP บล็อคนี้เลยเอาวิธีการ สมการ และตัวอย่างการคำนวณมาให้ศึกษาดู (เปิดเอกสาร)
          1. เริ่มแรกเราต้องกำหนดชั้นข้อมูลที่เราต้องการจะให้ค่าน้ำหนักก่อน ในตัวอย่างนี้กำหนดไว้ 6 ชั้นข้อมูล

ahp1

          2. สร้างตาราง Pairwise Comparison Matrix เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ ร่วมกันให้ค่าน้ำหนัก เฉพาะในส่วนซีกขวาบนเท่านั้น (ช่องสีขาว) ส่วนซีกซ้ายล่าง (ช่องสีชมพู) เราจะมาใส่ค่าเอง โดยเป็นค่าที่ตรงข้ามกัน

ahp2

          3. ค่าที่จากผู้เชี่ยวชาญ เราจะนำมาคำนวณหาค่าน้ำหนัก โดยวิธีการ Eigenvector

ahp3

ahp4

*** เปิดเอกสารที่นี่ ***

การให้ค่าน้ำหนักและค่าคะแนนทาง GIS

          คนที่ทำงานทางด้าน GIS คงคุ้นเคยกับการหาค่าน้ำหนักและค่าคะแนนเป็นอย่างดี โดยส่วนตัวผมเองได้มีโอกาสทำตอนที่เรียนอยู่ในระดับ ป.โท นั้นคือ การให้ค่าน้ำหนักแบบ PSA (Point Score Analysis) ซึ่งเป็นวิธีการที่ง่ายในการจะกำหนดว่าชั้นข้อมูลหรือปัจจัยตัวไหนมีระดับความสำคัญมากน้อยกว่ากัน โดยการกำหนดเป็นตัวเลขลงไป เช่น 10 (สำคัญมากที่สุด) 9 8 7 … เรียงลำดับความสำคัญน้อยลงไปเรื่อยๆ ซึ่งในชั้นข้อมูลย่อยของแต่ละปัจจัยก็เช่นเดียวกัน โดยผู้เชี่ยวชาญ แต่ละสาขาทั้งดิน น้ำ ป่าไม้ เป็นต้น จะเป็นผู้ช่วยในการให้คะแนน แล้วนำค่าที่ได้มาคูณและบวกกันตามสมการความเหมาะสมทั่วไป

                           M = ∑WR

                    โดยที่ M = ค่าระดับความเหมาะสม
                           W = ค่าน้ำหนัก
                           R = ค่าคะแนนของปัจจัยย่อย

          ก็จะได้แผนที่ที่เรียงตามลำดับความเหมาะสมออกมา แต่ว่าเมื่อไปศึกษางานวิจัยของต่างประเทศหลายๆ งาน พบว่ายังมีการให้ค่าน้ำหนักค่าคะแนนอีก 2 วิธี (จริงๆ แล้วอาจจะมีมากกว่านี้) ที่ใช้สมการและตัวแปรที่ยุ่งยากมากกว่า ส่วนผลการศึกษาทั้ง 3 วิธีนั้น ไม่แน่ใจว่าวิธีไหนเป็นวิธีที่ดีที่สุด สำหรับการประยุกต์ใช้งานทางด้านสาขาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การหาพื้นที่เหมาะสมทางการเกษตร พื้นที่เสี่ยงภัยพิบัติ หรือการเลือกขอบเขตการบริการ (ต้องลองศึกษาเปรียบเทียบดู) อีก 2 วิธีที่ว่าคือ SAW (Simple Additive Weighting) กับ AHP (Analytical Hierarchical Process)

          วิธีการของ SAW จะคล้ายกับ PSA เพียงแต่ว่าจะเพิ่มการทำ Normalize กับ Standardize ในส่วนของค่าน้ำหนักและค่าคะแนน เพื่อลดความคลาดเคลื่อนของค่าที่กำหนดไว้แต่แรกให้แคบลง ส่วนวิธีการสุดท้ายคือ AHP ซึ่งเป็นวิธีการที่มีการใช้งานกันอย่างแพร่หลายและมีการยอมรับว่าเป็นวิธีทที่ให้ความถูกต้องของผลการวิเคราะห์มากที่สุด โดยใช้ตาราง Pair wise Comparison Matrix กับสมการทางคณิตศาสตร์ที่ซับซ้อน เพื่อคำนวณให้ได้ค่าน้ำหนักออกมา วันนี้เกริ่นเอาไว้คร่าวๆ ก่อนบล็อคต่อๆ ไป ค่อยเขียนอธิบายเพิ่มเติมครับ

การสร้างภาพ 3 มิติบน ArcScene

ช่วงก่อนได้นำเสนอวิธีการทำ 3D ผ่านโปรแกรม ArcView ไปแล้วในส่วนของ 3D Scene วันนี้จะได้มานำเสนอการทำ 3D เช่นเดียวกัน แต่จะไปทำใน ArcGIS (ArcScene) ถ้าจะพูดให้ง่ายก็คือเป็น การทำ 3D บน ArcView เวอร์ชั่นใหม่ที่มีประสิทธิภาพและความสามารถมากกว่าเดิม นอกจากนั้นยังมีเครื่องไม้เครื่องมือที่ใช้งานง่ายและสะดวกมากกว่าเวอร์ชั่นเก่าที่เป็น 3.x เยอะ ข้อมูลหลักที่จำเป็นต้องมีเพื่อสร้างเป็นพื้นผิว 3D ก็คือ DEM นอกจากนั้นเราต้องทำชั้นข้อมูลไหนก็เป็น 3D ก็นำมาซ้อนทับก็ DEM เช่น ภาพถ่ายจากดาวเทียม เส้นทางคมนาคม ขอบเขตจังหวัด อำเภอ ตำบล เป็นต้น ข้อมูลที่จะนำมาซ้อนทับเป็นได้ทั้ง Raster และ Vector ในที่นี้ผมจะสาธิตการนำภาพถ่ายจากดาวเทียม ขอบเขตจังหวัด และขอบเขตอำเภอ มาซ้อนทับ นอกจากนั้นยัง Export ข้อมูลไปเป็นรูปแบบต่างๆ ทั้ง 2D (PNG, GIF, TIF, JPEG,..) และ 3D (VRML) ได้ด้วยครับ ความจริงแล้ว ArcScene ยังมีความสามารถมากกว่านี้ คือ สามารถสร้าง SnapShot เพื่อนำมาใช้สร้าง 3D Animation การกำหนดเวลาของการหมุน มุมกล้องที่มองภาพ หรือระดับการซูมเข้า และซูมออก ซึ่งจะทำให้การดูภาพ 3D ของเรามีลูกเล่นที่ตื่นเต้นและดูดีมากยิ่งขึ้น แต่เอาไว้บล็อคต่อๆ ไปจะมานำเสนอให้ดูครับ วันนี้โหลดเอาเอกสารการสร้างภาพ 3D ไปศึกษาดูเพลินๆ ก่อนแล้วค่อยว่ากันใหม่

pic11
ภาพถ่ายจากดาวเทียม Landsat ขอบเขตจังหวัดและอำเภอ ในรูปแบบ 3D

***เปิดเอกสารที่นี่***